WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี ..หนังสารคดีแนวๆ ที่เมเจอร์เชียงใหม่

WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี ..หนังสารคดีแนวๆ ที่เมเจอร์เชียงใหม่

ฉายที่จังหวัดเชียงใหม่…ชาวเชียงใหม่หรือท่านที่ไปท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไปแวะชมกันด้วยนะครับ

ท่องไปในขบวนรถไฟสายภาพยนตร์กับ Wish Us Luck

หมุดหมายแรกๆ ของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ คือ ผลงานของพี่น้องลูมีแยร์ที่บันทึกภาพขบวนรถไฟขณะกำลังวิ่งเข้าจอดยังชานชาลา

ประสบการณ์ของคนดูหนังในยุคนั้น จึงได้แก่ การจ้องมองรถไฟกำลังวิ่งเข้าหาตนเองจากจอภาพยนตร์

เมื่อรถไฟถูกเราจ้องมอง ยานพาหนะประเภทนี้จึงมีสถานะเป็น ‘วัตถุ’ ที่แยกขาดออกจาก ‘ตัวเรา’ ทั้งในฐานะ ‘คนทำหนัง’ ซึ่งมองภาพรถไฟผ่านกล้องถ่ายภาพยนตร์ และ ‘คนดูหนัง’ ซึ่งนั่งมองภาพรถไฟวิ่งอยู่ในจอ

กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ชมหนังสารคดีเรื่อง Wish Us Luck หรือ ‘ขอให้เราโชคดี’ ฝีมือการกำกับของ วรรณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ พี่น้องฝาแฝดที่เคยสร้างผลงานน่าจดจำไว้หลายชิ้นในเวทีการประกวดภาพยนตร์สั้นของมูลนิธิหนังไทย

วรรณแวว-แวววรรณเดินทางไปศึกษาต่อที่อังกฤษและเลือกทำงานจบเป็นหนังสารคดีบันทึกการเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟจากลอนดอนมาถึงกทม. ภายในระยะเวลา 1 เดือน

โดยมีฝรั่งเศส, เยอรมนี, รัสเซีย, มองโกเลีย, จีน, เวียดนาม และลาว เป็นทางผ่าน

ทั้ง ‘รถไฟ’ และการทำงาน ‘ภาพเคลื่อนไหว’ ล้วนแสดงให้เห็นว่า Wish Us Luck ได้รับมรดกตกทอดมาจากภาพยนตร์ยุคแรกเริ่มแน่ๆ

แต่ภาพยนตร์ของวรรณแวว-แวววรรณก็มีจุดต่างจากผลงานของบรรพบุรุษอย่างสำคัญ

กล่าวคือ สองพี่น้องหงษ์วิวัฒน์ไม่ได้จัดวางตำแหน่งแห่งที่ของตนเองและคนดูให้เป็นฝ่ายจ้องมอง ‘รถไฟ’ ในฐานะวัตถุที่แยกขาดออกจากตัวพวกเขา/เธอ

ตรงกันข้าม คนทำหนังกลับร่วมเดินทางไกลไปกับขบวนรถไฟ ยานพาหนะชนิดนี้จึงค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับ ‘อัตวิสัย’ ของพวกเธอ ขณะที่คนดูหนังซึ่งเฝ้าชมการเดินทางของคู่แฝดอย่างใกล้ชิด ก็มิได้มองเห็นรถไฟเป็น ‘วัตถุวิสัย’ ที่ดำรงอยู่อย่างแปลกแยกหรือเหินห่างจากมนุษย์

หากพิจารณาในแง่ ‘ความเป็นภาพยนตร์’ สารคดีของวรรณแวว-แวววรรณก็มีความพยายามที่จะยั่วล้อกับ ‘บรรทัดฐานดั้งเดิมของความเป็นภาพยนตร์’ อยู่มากพอสมควร

ดังจะเห็นได้จากลูกเล่นหลายต่อหลายครั้งที่สองพี่น้องย้ำให้ผู้ชมตระหนักว่านี่เป็นหนังนะ นี่ถูกถ่ายทำขึ้นมานะ นี่เป็นเรื่อง ‘เฟค’ นะ ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่คนดูหนังเรื่อง Wish Us Luck กำลังจ้องมองอยู่จึงมิใช่ภาพเคลื่อนไหวที่จริงใจ ปราศจากการปรุงแต่ง และเป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ดังที่ภาพยนตร์ของพี่น้องลูมีแยร์มักถูกเข้าใจเช่นนั้น

เมื่อพิจารณาในแง่ความเป็นหนังแนวโร้ดมูวีที่มักลงรอยกับโครงเรื่องว่าด้วย ‘พิธีกรรมการเปลี่ยนผ่าน’ หรือ การเติบโต-เรียนรู้ เพื่อก้าวข้ามเข้าสู่อีกช่วงวัยหนึ่ง

‘ขอให้เราโชคดี’ ก็ได้ผ่อนคลายตัวเองจากกรอบดังกล่าวอย่างชัดเจน แต่ใช่ว่าหนังสารคดีเรื่องนี้จะปราศจากเรื่องราวใดๆ เลย

เพราะหนังสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ของการได้พบเห็นในสิ่งที่บรรดานักเดินทางไกลไม่เคยคาดคิดว่าพวกตนจะมีโอกาสพบเจอ ออกมาได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม

(หนึ่งในช่วงที่ดีมากของหนังเรื่องนี้ คือเหตุการณ์ที่มีหนุ่มต่างชาติมาจีบหนึ่งในสองสาว)

ขณะเดียวกัน หนังก็สลัดตัวเองออกจากอารมณ์โรแมนติก เมื่อพี่น้องสองสาวไม่ได้พยายามฟูมฟายหรือทำความเข้าใจลึกซึ้งกับเมืองต่างๆ ที่พวกเธอเดินทางผ่านเพียงชั่วขณะสั้นๆ อย่างมากล้นเกินเลย

วรรณแวว-แวววรรณทำลายความฝันแสนหวานเกี่ยวกับหอไอเฟล, บันทึกแง่มุมที่ไม่จำเป็นต้องถูกจดจำของเบอร์ลิน และไม่ได้พยายามมีความสุขหรือเรียนรู้ไวยากรณ์ของเสียงแตรรถในฮานอย

แต่คู่แฝดนักทำหนังก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ลึกซึ้งกินใจออกมาในช่วงที่พวกเธอคุยโทรศัพท์ทางไกลกับคุณยาย และตั้งคำถามเรื่องประชาธิปไตยกับเพื่อนชาวจีนที่ปักกิ่งได้อย่างแหลมคม

‘Wish Us Luck – ขอให้เราโชคดี’ จึงเป็นบันทึกภาพเคลื่อนไหวของนักทำหนัง 2 คนที่เก็บเกี่ยวเรื่องราวรายทางได้อย่างมีสีสันและท้าทายขนบบางประการของโลกภาพยนตร์

เมื่อวรรณแวว-แวววรรณเดินทางกลับถึงบ้านเกิด หนังเรื่องนี้ก็จบตัวเองลงท่ามกลางความพร่าเลือน เช่นเดียวกับที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าขบวนรถไฟของโลกภาพยนตร์จะเดินทางไปไหนอีกในอนาคต

ทว่าอย่างน้อย คนดูคงพอตระหนักได้ว่า ‘ขบวนรถไฟ’ สายนี้ เดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว

รอบฉาย Wish Us Luck ที่เมเจอร์เชียงใหม่

16 – 17 พค.  หนังฉายรอบ 20.00 น.
18 – 19 พค.  หนังฉายรอบ 15.00 น. และ 20.00 น.

พิเศษ! ขอเชิญพูดคุยกับผู้กำกับหลังหนังจบ ในวันที่ 18 พค. รอบ 15.00 น. และ 20.00 น.

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmailanla.wordpress.com/

ร้านกาแฟ ชั้น ๑ คาเฟ่ แอนด์ เบ๊ดส์ จังหวัดเชียงใหม่

ร้านกาแฟ ชั้น ๑ คาเฟ่ แอนด์ เบ๊ดส์  จังหวัดเชียงใหม่

              ร้านกาแฟชั้น ๑ คาเฟ่ and beds ร้านกาแฟสบายๆชั้น 1 เป็นร้านกาแฟ ชั้น 3 เป็นที่พักเมื่อมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ ชอบไอเดียของร้านมากเลยอะ ตอนแรกที่ได้ยินชื่อร้านคิดว่าน่าจะเป็นร้านไฮโซแบบหรูๆเว่อ first class อะไรประมาณนั้น ชั้น ๑ เนี่ยคือ ร้านกาแฟจะอยู่ชั้นแรก แล้วก็ชั้น ๑ อีกความหมายนึงก็คือ ดูแลกันแบบชั้น ๑ เลย พี่เจ้าของร้านกันเองมากๆ เหมือนกับว่าถ้ามาที่นี่ก็เหมือนกับว่ามาเที่ยวที่บ้านเพื่อนเลย ^^ อย่างเวลาที่เราไปเที่ยวบ้านเพื่อนแบบว่าถ้าคืนไหนดึกแล้ว กลับบ้านไม่ไหว เราก็นอนบ้านเพื่อนได้เลย ที่ชั้น ๑ คาเฟ่แอนด์เบ้ดส์ เค้าก็ได้จัดชั้น ๓ ไว้เป็นที่พักแบบ backpacker ,hostel ใครที่ชอบเที่ยว ชอบแบบหนุก ลุยๆ แนวหาเพื่อนเที่ยวหาเพื่อนคุย ที่นี่เลยชั้น ๑

ภาพบรรยากาศโดยรวมของร้าน เที่ยวเชียงใหม่

ร้านอยู่ถนนนิมมานซอย 1 เข้าซอยมา ตรงมาเรื่อยๆประมาณกลางๆซอย ร้านจะอยู่ทางขวามือ มีต้นไม้ร่มๆหน้าร้าน ร้านบรรยากาศดีเลย มีโซนใต้ต้นไม้หน้าร้าน ส่วนในร้านตกแต่งหลายๆแนวๆ มีที่นั่งหลายๆแบบ ทั้งชั้น ๑ และชั้น ๒ เหมาะกับมานั่งสนุกๆคุยสบายๆ ชิลๆ หรือนั่งทำงาน เล่นเนตก็ได้ มีี wireless ฟรีครับ
Concept ของร้านคือ Coffee, Design, Art, Wine, Beer, Music ,Beds  ดื่ม Coffee อร่อยๆ มีงาน Design & Artสวยๆ ฟัง Music สบายๆ ส่วนช่วงดึกทางร้านมี Beer , Wine และ เหล้าอิตาเลี่ยนโซดาด้วย ได้บรรยากาศสบายๆกันเอง คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆเจ้าของร้าน ถ้าใครง่วงไม่ไหวก็ต่อด้วย Beds ได้เลย :)
chocolate ร้อนอร่อยมากเลย เค้าจะใส่ chocolate ชิ้นนึงลงไป (ลองดูในรูปได้นะ) ละแบบว่าจิบไป เอาไม้คนๆจะได้ช็อคโกแลตหวานๆเหนียวนุ่มๆ อร่อยดี
มีบริการเติมลมจักรยานด้วยนะ ครั้งละ 1 บาท หรือจะไม่จ่ายก็ได้ :D ฮ่าๆ ในร้านมี fixed-gear คันสวยเลยของพี่เค้า มีหนังสือให้อ่านด้วยนะ ใครชอบยางแบนก็แวะมาเติมลมได้นะ

คลิปวิดิโอแนะนำร้าน

ภายในร้าน บรรยากาศสบายๆ น่านั่ง ที่เที่ยวเชียงใหม่

วันที่เปิด : MON,TUE,WED,THU,FRI,SAT,SUN
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 23:00

ราคา ต่อมื้อ ต่อคน ประมาณ 40 – 150 บาท

โทร : 081-8855822 , 088-4934379

นิมมานเหมินทร์ ซอย 1 กลางซอย ขวามือ

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmailanla.wordpress.com/

แนะนำร้านอาหารเชียงใหม่ อร่อยๆ สำหรับคนมาเที่ยวเชียงใหม่

แนะนำร้านอาหารเชียงใหม่ อร่อยๆ สำหรับคนมาเที่ยวเชียงใหม่

 

ลา คาซ่า เดอ นิมมาน (La Casa de Nimman)

La Casa de Nimman เป็นร้านเบเกอรี่ที่นอกจากจะมีhomemade เบเกอรี่ รสชาติโดดเด่นแล้ว ยังมีอาหารทั้งไทยและเทศในแบบฉบับของเราเองให้ทุกท่านได้มาลิ้มลองความอร่อย

La Casa ที่แปลว่า บ้าน คือคำจำกัดความของร้านนี้ โดยคุณจะได้รู้สึกถึงคำว่า “บ้าน” ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริการจากทางร้านที่ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง อาหารรสชาติถูกปาก ตั้งใจปรุงทุกจาน และที่สำคัญ Homemade เบเกอรี่ที่ทำด้วยความตั้งใจ เน้นทุกรายละเอียดและรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
นอกจากอาหารและเบเกอรี่แล้ว เมล็ดกาแฟที่เราใช้ก็พิเศษไม่แพ้กันเพราะเราส่งตรงเมล็ดกาแฟจากประเทศออสเตรเลียที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ด้วยกลิ่นกาแฟที่เป็นเอกลักษณื รสชาติทีนุ่มลิ้น คุณจะสัมผัสได้ถึงความหอมหวานของเมล็ดกาแฟพิเศษนี้ที่เดียวในเมืองไทย
La Casa de Nimman ยังเพิ่มบริการอีกอย่างคือ ห้องพักที่เราจัดไว้ให้คุณรู้สึกเหมือนได้นอนอยู่ที่บ้าน เรามีห้องเพียง 2 ห้องเท่านั้น ห้องพักของเรามาพร้อมกับอาหารเช้าแสนอร่อยที่คุณสามารถเลือกรับประทานในห้องหรือจะลงมาทานกับเราในตอนเช้าก็ได้
ราคาอาหารและห้องพักไม่แพงอย่างที่คุณคิด เพราะเราต้องการให้คุณรู้สึกสบายใจเหมือนได้อยู่บ้าน และแน่นอน สบายกระเป๋าด้วย

เมนูน้ำปั่น เย็นชื่นใจ

12/1 นิมมานเหมินทร์ ซอย 17 ติดกับร้านอาหารญี่ปุ่นเบบปุ เยื้องโครงการเดอะริง

สวีทรูม (Sweet Room)

ร้าน สวีทรูม เป็นร้านอาหารและ Homestay พอดีได้ไปนั่งเล่นเน็ตกินบราวนี่มา บราวนี่ที่นี่อร่อยมากเป็นสูตรของแม่เจ้าของร้าน สูตรมีมานานประมาณ  25-30 ปี บราวนี่จะเสิร์ฟหอมๆร้อนๆนุ่มๆ หอมนิ่มอร่อยมากๆจะมีส่วนของชอคโกแลตนิ่มๆหอมๆ หรือจะสั่งแบบเพิ่มไอติมก็ได้ เค้าก็จะวางไอติมวนิลาเย็นๆไว้บนบราวนี่อร่อยจริงๆ

ร้านจะเป็นห้องแถวสาม สี่ ชั้น โดยชั้นล่างสุดจะเป็น food and coffee เป็นร้านอาหารกับร้านกาแฟ เล่นเน็ตฟรี ส่วนชั้นบนจะเป็นที่พักตกแต่งแบบไม้ๆ ไทยๆ สะอาด ชั้นบนสุดยังมองเห็นวิวถนนห้วยแก้วและดอยสุเทพด้วย
บรรยากาศส่วนร้านอาหารชั้นล่างก็เป็นบรรยากาศสบายๆไม่เปิดแอร์ จะไปนั่งเล่นเนตทำงาน หรือนั่งทานอาหารก็ได้ เป็นอาหารไทยและอาหารฝรั่งทั่วไป เช่น คลับแซนวิช หรือ อาหารไทย ต้มยำ ยำต่างๆ ได้ไปลองมารสชาติเป็นรสชาติแนวฝรั่งอาจจะไม่เข้มข้นแบบไทย แต่สามารถบอกทางร้านได้ว่าขอเผ็ดๆจี๊ดหน่อย  :)

มาท่องเที่ยวเชียงใหม่ แล้วต้องแวะมา

โทร : 053-214668-9 , 083-947-0746

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmailanla.wordpress.com/

วัดเชียงมั่น วัดเก่าแก่ที่เที่ยวเชียงใหม่

วัดเชียงมั่น วัดเก่าแก่สำคัญ เที่ยวเชียงใหม่ 

   วัดเชียงมั่น พุทธศาสนสถานอีกหนึ่งแห่ง ที่ถือได้ว่ามีความสำคัญสำหรับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง วัดที่เก่าแก่ที่ สุดในตัวเมืองเชียงใหม่และถือเป็นวัดแห่งแรกในเขตกำแพงเมือง เมื่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1839 พระองค์ทรงยกพระตําหนักที่ประทับชื่อ ตําหนักเชียงมั่นถวายเป็นพระอารามใหม่ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสําคัญของจังหวัดเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่นอกจากวัดเชียงมั่นจะมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของ เมืองเชียงใหม่ ในฐานะที่เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในเขตกำแพงเมืองแล้ว เมื่อถึงเทศกาลสลากภัตร หรือ ทานก๋วยสลาก จะมีการทานข้าวสลากที่วัดนี้ก่อนแล้วจึงจะทำที่วัดอื่น ๆ ต่อไป ในสมัยพญามังราย วัดเชียงมั่น ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกด้วย นอกจากนี้ วัดเชียงมั่นเป็นสถานที่รวบรวมโบราณ วัตถุ จำนวนมาก ซึ่งอาคารเสนาสนะและปูชนียวัตถุของวัดเชียงมั่นประกอบไปด้วย วัดเชียงมั่นมี สถาปัตยกรรม สําคัญ ได้แก่ เจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม ฐานช่างล้อม พระอุโบสถและหอไตร

วัดเชียงมั่น เชียงใหม่

ภาพบรรยากาศภายในวัด

สิ่งที่น่าสนใจในวัดเชียงมั่น ที่เที่ยวเชียงใหม่

1.วิหารหลวง
ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดถัดจากหอไตรรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบล้านนาด้านหน้าอุโบสถประดิษฐานศิลาจารึก หลักที่76 จารึกเมื่อปี พ.ศ. 2124 อุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นพร้อมกับวิหารและหอไตร กรมศิลปากรประกาศขึ้น ทะเบียนพร้อมกันกับเจดีย์ วิหาร และหอไตร
วัดเชียงมั่น เชียงใหม่ วัดเชียงมั่น เชียงใหม่

2. เจดีย์ช้างล้อม

เป็นเจดีย์รูปทรงสถาปัตยกรรมล้านนาฐานช้างล้อม องค์เจดีย์ผสมสี่เหลี่ยมและทรงกลมเปิดทองจังโก สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 1840ครั้งพญามังรายสถาปนาวัดเชียงมั่น และได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากผู้ครองนคเชียงใหม่สืบมา กรมศลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วเมื่อ พ.ศ. 2478
วัดเชียงมั่น เชียงใหม่ วัดเชียงมั่น เชียงใหม่
3.พระแก้วขาว
พระแก้วขาว  หรือ พระเสตังคมณี เป็นพระพุทธรูปที่นับถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถคุ้มครองป้องกัน อันตรายและอำนวยความ สุขสวัสดิ์มงคลแก่ผู้ที่เคารพสักการะ
วัดเชียงมั่น เชียงใหม่ วัดเชียงมั่น เชียงใหม่
5. ศิลาจารึกวัดเชียงมั่น 
ตั้งอยู่ที่โถงด้านหน้าของอุโบสถวัดเชียงมั่นท่องเที่ยวเชียงใหม่ จารึกถึง พระนามของกษัตริย์สามพระองค์ คือ พญามังราย พญางำเมือง และพญาร่วง ( พ่อขุนรามคำแหง ) ว่าทั้งสามพระองค์ทรง ร่วมกันสร้างเมืองเชียงใหม่เป็นการจารึก เกี่ยว กับการสร้างเมืองเชียงใหม่ และการสร้างวัดเชียงมั่น ตลอดจนการทำนุบำรุงวัดนี้จากกษัตริย์และพระราชวงศ์ นับเป็นหลักฐาน ทางประวัติศสาตร์ที่ทรงคุณค่า
6.หอครูบาศีวิชัย
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505 ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบล้านนา เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่ง ล้านนาไทย

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmailanla.wordpress.com/

พระตำหนักดาราภิรมย์ เที่ยวเชียงใหม่

พระตำหนักดาราภิรมย์  จังหวัดเชียงใหม่

 

พระตําหนักดาราภิรมย์

พระตำหนักดาราภิรมย์ เที่ยวเชียงใหม่ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม รูปแบบตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเดิมพระตำหนักดาราภิรมย์เป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชชายาเจ้าดารารัศมีเป็นพระธิดาใน พระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 7 ซึ่งปกครองระหว่าง พ.ศ. 2413-2440 เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้ายที่มีอำนาจปกครองบ้านเมืองตามแบบเดิมก่อน เมืองเชียงใหม่จะถูกผนวก เป็นส่วนหนึ่งของไทยภายในพระตำหนักมีพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาฯ โดยให้มีสภาพ ใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด อาทิเช่น ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ และเครื่องดนตรี เป็นต้น

พระตําหนักดาราภิรมย์ พระตําหนักดาราภิรมย์
พระตําหนักดาราภิรมย์ พระตําหนักดาราภิรมย์

บรรยากาศของพระตำหนัก ที่เที่ยวเชียงใหม่ 

ชั้นบน

1.โถงทางเดิน จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระปฐมวงศ์ พระประวัติพระตำหนักที่ประทับในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระตำหนัก ดาราภิรมย์
2.ห้องรับแขก จัดแสดงของถวายอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และเครื่องเรือนร่วมสมัย
3.ห้องบรรทม จัดแสดงของถวายอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และเครื่องเรือนร่วมสมัย
4.ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ และเครื่องดนตรี
5.ห้องจัดแสดงพระกรณียกิจ ด้านการศาสนา ด้านการเกษตร และด้านศิลปะศาสตร์
6.ห้องจัดแสดงชุดเครื่องทรง ผ้าทอที่พระราชชายาฯทรงออกแบบลวดลายและส่งเสริมการทอ ชุดการแสดงที่พระราชชายาฯได้ทรง ฟื้นฟูและทรงดัดแปลงศิลปะภาคกลางให้เข้ากับศิลปะภาคเหนือ
7.ห้องสรง

ชั้นล่าง
จัดแสดงเครื่องมือเกษตร ที่ทรงใช้ในการทดลองการเกษตรแผนใหม่ ในสวนเจ้าสบาย นอกจากนั้นยังมีเครื่องทอผ้า ซึ่งใช้ทอผ้า สำหรับพระราชชายาฯโดยเฉพาะ

คลิปวิดิโอแนะนำพระตำหนักดาราภิรมณ์ เที่ยวเชียงใหม่

รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแ ต่เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก/นักศึกษาในเครื่องแบบ 10 บาท พระสงฆ์และนักเรียนในเครื่องแบบเข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5329 9175
ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmailanla.wordpress.com/

ตามรอยธรณีนี่นี้ใครครอง สวนส้มธนาธร จังหวัดเชียงใหม่

ตามรอยธรณีนี่นี้ใครครอง สวนส้มธนาธร จังหวัดเชียงใหม่

สวนส้มธนาธร

สวนส้มธนาธร เที่ยวเชียงใหม่ สวนส้มขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจนเรียกได้ว่าเป็นความภูมิใจของ ชาวเมืองฝาง เมืองที่เป็นต้นกำเนิดของส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งนี้ ก็คือ“สวนส้มธนาธร”ซึ่งตอนนี้ได้มีการพัฒนาให้กลายเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว ทั้งสวนส้มธนาธร 2 (บ้านลาน) และ สวนธนาธร 8 (สวนท่าตอน) ให้นักท่องเที่ยวเลือกชม เลือกชิมได้ตามสะดวก เพราะความสวยงามงามของผลส้มในเวลาติดผล สีสันของผลส้มที่โดดเด่นตัดกับใบสีเขียว แซมสลับด้วยสีดอกไม้นานาพันธุ์ จึงทำให้บริเวณแปลงปลูกดูสวยงาม กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสบรรยากาศ ลมหนาวที่เชียงใหม่อย่างมาก

สวนส้มธนาธร สวนส้มธนาธร
สวนส้มธนาธร สวนส้มธนาธร
พื้นที่โดยรอบของบริเวณสวนส้มธนาธรทั้ง 2 แห่ง โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ที่งดงาม โดยเฉพาะในสวนธนาธร 8 (สวนท่าตอน) เราจะได้เห็นสายน้ำกกที่ลัดเลาะพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเหมาะแก่การชมวิวและเก็บภาพประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เราสามารถ เดินทางท่องเที่ยวในสวนส้มแบบสบายๆ ด้วยพาหนะที่ชื่อว่า“รถเรื่อ”สำหรับหมู่คณะ และ“รถกอล์ฟ”ที่ไว้บริการสำหรับคนที่ต้องการ ความเป็นส่วนตัว พร้อมกับผู้ดูแลที่คอยให้คำแนะนำ หรือตอบปัญหาเกี่ยวกับการปลูกส้มด้วย
สวนส้มธนาธรปลูกส้มได้มากกว่า 10 สายพันธุ์ แต่ที่รู้จักกันดี คือ ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มฟรีมองต์ธนาธร ซึ่งบางพันธุ์มีขนาดเล็ก สามารถทานได้ทั้งเปลือก แต่อาจมีเรื่องขัดใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลองเด็ดผลส้มมาทานระหว่างการเที่ยวชมสวน เพื่อซึมซับ บรรยากาศอย่างเต็มที่ เพราะเป็นข้อห้ามของสวนส้มโดยเด็ดขาด ถ้าไม่อยากโดนปรับ เนื่องจากต้นส้มมีกิ่งที่เปราะ ดังนั้นจึงมีการ เด็ดผลส้มของนักท่องเที่ยวอาจทำให้กิ่งหักเสียหายได้ แต่ถึงอย่างไร เราก็ยังสามารถชิมและซื้อกลับบ้านได้จากบริเวณหน้าสวน ได้เช่นกันการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของสวนส้มธนาธรนี้ไม่ได้มีแค่“ส้ม”เท่านั้น แต่ยังมี“ผักไฮโดรโพนิกส์”เพื่อสุขภาพ ให้ได้ศึกษา วิธีการเพาะปลูก หรือเลือกชิมผักสลัดสดๆ ได้เลย และต้องห้ามพลาดกับ“น้ำส้ม”เย็นๆ ชื่นใจ เป็นการเติมความสุขที่ สวนส้มธนาธร แห่งนี้มอบให้อย่างสมบูรณ์ด้วย

คลิปวิดิโอฉากสวนส้มธนาธรในละครธรณีนี่นี้ใครครอง


ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmailanla.wordpress.com/

ถ้ำเชียงดาว ที่เที่ยวเชียงใหม่

ถ้ำเชียงดาว ที่เที่ยวเชียงใหม่

คลิปวิดิโอ พาเที่ยวถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ถ้ำเชียงดาว เป็นถ้ำที่น่าสนใจถ้ำหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเขต อำเภอเชียงดาว ตั้งอยู่เชิงเขาของดอยหลวงเชียงดาว ภายใน แต่ละถ้ำ มีความงามจากการเสกสรรปั้นแต่งของธรรมชาติ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์ของหินงอกหินย้อย ที่ก่อให้ เกิด รูปร่างต่างๆเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่สวยงาม บางแห่งเป็นซอกหลืบ เมื่อฉายไฟ จะมีประกายระยิบระยับ สามารถจินตนาการเป็นรูปต่างๆได้มากมาย เสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่อยู่ตรงที่มีน้ำใส่ไหลเย็นจากในถ้ำไหล ออกมาที่บริเวณหน้าถ้ำ เป็นอย่างนี้ชั่วนาตาปีไม่มีเหือดหาย และไหลมารวมกันเป็นสระน้ำมีปลาน้อยใหญ่ว่ายวนไปมา ทำให้ บรรยากาศสดชื่นและยังร่มรื่น ด้วยพันธุ์ไม้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมากและ ตรงหน้าถ้ำนี้เองเป็นที่ตั้งของ วัดถ้ำเชียงดาว

ภาพบรรยากาศถ้ำเชียงดาว ที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่

ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำเชียงดาว ที่เที่ยวเชียงใหม่

ถ้ำหลวงเชียงดาวเป็นโบราณสถานที่ผู้คนมากมายเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งอาจเป็นเพราะได้รู้เรื่องราวอัศจรรย์แต่ในหน หลังที่เล่าสืบ ต่อกันมา นั่นก็คือเจ้าหลวงคำแดง เป็นบุตรชายของเจ้าผู้ครองเมืองพะเยา ได้ทิ้งบ้านเมืองเพื่อออกตามหาหญิงสาวที่แปลงร่าง เป็นกวางทอง เพราะหลงรูปโฉมที่สวยงาม ซึ่งหายลับเข้าไปในถ้ำหลวงเชียงดาว เจ้าหลวงคำแดงจึงได้ตามเข้าไปในถ้ำเช่นเดียวกัน โดยไม่ได้กลับออกมาอีกเลย หากแต่ไม่จุติใหม่เป็นเทวดาผู้มีฤทธิ์อยู่ในภายถ้ำ และปกปักรักษาถ้ำหลวงเชียงดาว ต่อมาชาวบ้านได้ สร้างศาลถวายท่านและตั้งชื่อว่า“ศาลพ่อหลวงคำแดง”ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ในคืนที่มีนิมิตหมายอันดี อีกทั้งบนท้องฟ้าก็ ไร้เมฆ หมอก จะปรากฏลูกกลมๆ มีแสงสว่างคล้ายพระธาตุลอยออกมาจากหลังดอยเชียงดาวแล้ว เคลื่อนไปทางทิศตะวันออก เป็นเวลา 5 นาที ก็จะได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงของปืนใหญ่พร้อมกับแสงสว่างนั้นก็หายไปด้วย ชาวบ้านมักจะเชื่อกันว่า เป็นวิญญาณของ เจ้าหลวงคำแดง ไปเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอนที่เมืองพะเยา


นอกจากนี้ยังมีตำนานเรื่องเล่ากันต่อๆ มาอีกว่ามีฤาษี ชื่อว่า “พรหมฤาษี”เป็นผู้วิเศษด้วยฌานอันแก่กล้า ได้เรียกประชุมเทวดา อินทร์ พรหม ยักษ์ อสูร นาคราช เป็นต้น เพื่อมาเนรมิตสิ่งวิเศษต่างๆ เช่น พระพุทธรูปทองคำ ต้นโพธิ์ทองคำ ช้างวิเศษหรือ ช้างเอราวัณ ดาบวิเศษหรือดาบศรีกัญชัย อาหารทิพย์ ม้าวิเศษ เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกเก็บไว้ที่ส่วนลึกภายในถ้ำและได้รับ การดูแลรักษาเป็นอย่างดีจากเทวดาผู้มีฤทธิ์ชื่อว่า “เจ้าหลวงคำแดง” ครั้งหนึ่งมีชาวบ้าน 2 คนได้เข้าไปในถ้ำเพื่อ ค้นหาของวิเศษ และต้องการนำออกมาจากถ้ำด้วย แต่แล้วก็มีอันเป็นไป คือทั้ง 2 คนหาทางออกมาจากถ้ำไม่ได้ แม้ญาติพี่น้องจะเข้าไปตามหาก็ ไม่พบ ภายหลังมีชาวบ้านเข้าไปพบโดยบังเอิญ ปรากฏว่าคนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ จึงนำมารักษาตัวที่บ้าน แต่เพียงไม่ถึงอาทิตย์ก็เสียชีวิตหลังจากนั้นก็มีเรื่องราวของคนที่เข้าไปในถ้ำแล้วหลงทางกลับออกมาไม่ได้ จนต้องเสียชีวิตอยู่ในถ้ำ เพราะ มีจิตอกุศลคิดอยากได้ของวิเศษนั้นมาเป็นสมบัติส่วนตัว ดังนั้นเรื่องราวในตำนานจึงกลายเป็นความเชื่อ ความศรัทธาในความ ศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำหลวงเชียงดาวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับเกร็ดความเชื่อความศรัทธาเกี่ยวกับถ้ำหลวงเชียงดาวยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น พระพุทธรูปหินอ่อนที่อยู่คู่ถ้ำหลวงเชียงดาว มาเนิ่นนาน ได้มีคนขโมยไปแต่ก็เกิดเหตุร้ายเกือบถึงแก่ชีวิต จนต้องนำกลับไปคืนดังเดิม อีกเรื่องหนึ่งคือ “พระพุทธรูปทันใจ”ที่ อยู่ใน วัดถ้ำเชียงดาวซึ่งเชื่อกันว่าหากได้อธิษฐานขอพรแล้วจะสมหวังดังปรารถนาอย่างรวดเร็วทันใจ ดังเช่นชื่อของ พระพุทธรูป องค์นี้

ภาพบรรยากาศถ้ำเชียงดาว ท่องเที่ยวเชียงใหม่

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/city/chiangmai/
เรียบเรียง :  http://chiangmailanla.wordpress.com/